Tag Archives: พระภัททากัจจานาเถรี

๑๘. จันทกินรี

รักไม่มีเปลี่ยนแปลง

ในอดีตกาลชาติหนึ่ง พระโพธิสัตว์และพระนางยโสธราเกิดเป็นจันทกินนรและจันทกินรี อาศัยอยู่ที่ยอดเขาจันทบรรพตในป่าหิมพานต์ กินนรและกินรีนั้นเป็นสัตว์สวรรค์ ปกปิดร่างกายด้วยสาหร่ายดอกไม้หอม มีพวงมาลัยดอกไม้สวมศีรษะ กินเกสรดอกไม้และชอบดมกลิ่นหอมเหมือนหมู่ภมร มีเสียงหวานไพเราะ พูดจาเสนาะเป็นบทเพลงเหมือนสกุณา มีรูปร่างงดงามอรชร ชอบรำฟ้อนเหมือนนางอัปสรคนธรรพ์ หากเปรียบความงามของกินรีกับสาวมนุษย์กินรีย่อมสวยกว่าและน่ารักกว่าสาวชาวเมืองมนุษย์มากมายนัก
จันทกินนรและจันทกินรีผูกสมัครรักใคร่เป็นสามีภรรยากัน

๑๗. อุทัยภัทรา

ผู้ปฏิเสธเทวดา

พระโพธิสัตว์และพระนางยโสธราบำเพ็ญฌานสมาบัติ สิ้นชีวิตแล้วไปอุบัติในพรหมโลกอยู่นานแสนนาน ครั้นจุติจากพรหมโลกแล้วทั้งสองมาเกิดเป็นโอรสและธิดาของพระเจ้ากาสี กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชโอรสอัครมเหสีพระนามว่า อุทัยภัทร ส่วนพระนางยโสธราเกิดเป็นพระกนิษฐาต่างมารดามีนามว่า อุทัยภัทรา

๑๖. โพธิปริพาชิกา

ผู้ไม่ข้องในเมถุนธรรม

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์จุติจากพรหมโลก เกิดเป็นบุตรพราหมณ์ตระกูลมั่งคั่งในแคว้นกาสี บิดามารดาให้ชื่อว่า โพธิกุมาร ครั้งนั้นพระนางยโสธราก็จุติมาจากพรหมโลกเช่นเดียวกัน มาเกิดเป็นกุมารีรูปงามตระกูลมั่งคั่งอีกตระกูลหนึ่งในแคว้นกาสี
ครั้นเจริญวัยขึ้น โพธิกุมารได้ไปร่ำเรียนสรรพวิชาที่เมืองตักกศิลา สำเร็จการศึกษาแล้วบิดามารดาได้จัดการนำกุมารีมาให้เป็นภรรยา

๑๕. สีดา

ชายาพระราม

ในอดีตกาล กรุงพาราณสีปกครองโดยพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมทรงพระนามว่า พระเจ้าทศรถ พระองค์มีพระมเหสีองค์หนึ่งและมีพระสนมน้อยใหญ่อีกหมื่นหกพันนาง
พระเจ้าทศรถมีพระโอรสและพระธิดากับพระมเหสี ๓ องค์ คือ รามกุมารหรือพระราม ลักษณ์กุมารหรือพระลักษณ์ และสีดากุมารีหรือนางสีดา พระรามนั้นคือพระโพธิสัตว์ ส่วนนางสีดาคือพระนางยโสธรา

๑๔. กุรุราชเทวี


ผู้รักษากุรุธรรม

ในอดีตกาลครั้งโลกว่างจากพระศาสนา พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยราชหรือพระเจ้ากุรุราช แห่งนครอินทปัฏฏ์ แคว้นกุรุ พระนางยโสธราเป็นอัครมเหสี กุรุราชเทวี
แคว้นกุรุในสมัยของพระเจ้าธนัญชัยเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์ เข้าใจกันว่าเป็นเพราะมีช้างมงคลชื่อ อัญชนสันนิภะ ทำให้ทั่วแคว้นมีฝนตกทุก ๑๐ วัน ๑๕ วัน

๑๓. ธิดาช่างเหล็ก

สะท้านใจเพียงได้ยินเสียง

ในอดีตกาล พระนางยโสธราเกิดในแคว้นกาสี เป็นธิดานายบ้านในนิคมแห่งหนึ่ง บิดาของเธอเป็นช่างเหล็กฝีมือดี เป็นอาจารย์สอนลูกบ้านพันหลังคาเรือนให้ชำนาญในการตีเหล็ก จนหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงว่าเป็นหมู่บ้านช่างเหล็กฝีมือดี ใครมีงานตีเหล็ก มีด ขวาน หรือผานไถนา ก็จะไปว่าจ้างช่างในหมู่บ้านนี้เป็นคนทำให้
ธิดาช่างเหล็กเป็นกุลสตรีรูปงาม น่ารักน่ามอง เป็นยอดหญิงงามแห่งนิคม ความงามของเธอเล่าลือกันปากต่อปากจนใครๆ ก็อยากจะได้ยลโฉมเธอ

๑๒. พรหมทัตเทวี

อดีตชาติที่ไม่พบกัน

แม้พระโพธิสัตว์กับพระนางยโสธราจะได้เกิดมาเป็นคู่กันเป็นส่วนใหญ่ แต่สังสารวัฏฏ์นี้หาความแน่นอนไม่ได้ จึงมีหลายชาติที่ทั้งคู่ไม่ได้เกิดมาพบกัน บางชาติเกิดมาแล้วได้มาอยู่ใกล้กัน แต่ไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันเลยก็มี

อดีตกาลชาติหนึ่ง พระนางยโสธราเป็นพระเทวีของพระเจ้าพรหมทัต

๑๑. อุทัยเทวี

มเหสีพระเจ้าอุทัยราช

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระเจ้าอุทัยราชครองกรุงพาราณสี พระนางยโสธราเป็นพระอัครมเหสีพระนามว่า อุทัยเทวี
วันหนึ่ง พระเจ้าอุทัยราชกับพระเทวีทรงพระสำราญอยู่บนปราสาทชั้นบน ทอดพระเนตรดูพระลานหลวงจากสีหบัญชร เห็นบุรุษผู้หนึ่งเดินเท้าเปล่าผ่านพระลานหลวงที่ร้อนระอุยามเที่ยง

๑๐. พระสมุททวิชยาเทวี

อัญเชิญพระปัจเจกพุทธเจ้า

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระเจ้าเภรุวมหาราชแห่งเภรุวนคร ส่วนพระนางยโสธราเกิดเป็นพระสมุททวิชยาเทวีอัครมเหสี
พระเจ้าเภรุวมหาราชทรงเป็นผู้มีอัธยาศัยในการให้ทาน ขณะที่พระสมุททวิชยาเทวีก็ทรงมีสัมมาทิฏฐิ ทรงรักษาศีลเป็นนิตย์ พระนางช่วยพระเจ้าเภรุวมหาราชบริหารโรงทานเป็นประจำทุกวัน วันหนึ่งขณะเมื่อประทับดูมหาชนมารับทานที่โรงทานพระเจ้าเภรุวมหาราชได้ตรัสกับพระมเหสีว่า
“คนที่มารับแจกในโรงทานล้วนแต่เป็นคนทุศีล

๙. โกศลราชธิดา

อดีตชาตินางทาสีเป็นมเหสีพระราชา

มนุษย์เรานั้นบางทีเกิดมาแล้วก็เอาแต่สบาย ใช้บุญเก่า ไม่สร้างสมบุญใหม่ เมื่อมาเกิดอีกจึงต้องพบกับความยากลำบาก เป็นคนยากจน ดังเช่นในชาติหนึ่งพระนางยโสธราเกิดเป็นนางทาสีในแคว้นโกศล เธออดทนใช้แรงกายทำงานแลกข้าวแลกอาหารในเรือนเขาด้วยความยากลำบาก นางทาสีคิดว่าที่ตนเกิดมาอาภัพยากจนเช่นนี้คงเป็นเพราะในชาติก่อนๆ เธอสร้างกุศลกรรมไว้น้อย เธอจึงตั้งใจรักษาศีล สำรวมกาย วาจา และใจ ให้ตั้งมั่นในกุศลธรรม ละการเบียดเบียนและบาปกรรมทั้งหมด

วันหนึ่ง นางทาสีทำงานอยู่